fbpx

5 เคล็ดลับการทำ SEO เพื่อเพิ่มยอดขาย และให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

27 June 2020

หากพูดถึงการทำการตลาดออนไลน์ SEO ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาทำความรู้จักกับธุรกิจของเราผ่านโลกออนไลน์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งการทำการตลาดด้วยกลยุทธ์ SEO นั้น จริง ๆ แล้วก็คือการทำให้กลุ่มคนจำนวนมากเข้าถึงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของธุรกิจ ผ่านการค้นหาบนหน้าแรกของโปรแกรมค้นหายอดนิยม ไม่ว่าจะเป็น Google, Yahoo หรือ Bing โดยในบทความนี้เราจะให้ Google เพื่อเป็นตัวแทนถึงของ เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) โปรแกรมการค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์

แม้ว่าการทำ SEO นั้นจะดูมีความยุ่งยากและซับซ้อนไปสักหน่อย แต่หากได้ทำความรู้จักกับเทคนิคของมันแล้ว รับรองว่าการเพิ่มอันดับ SEO บนหน้าเว็บไซต์ของคุณนั้น ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน แถมยังสามารถทำได้แบบง่าย ๆ ภายในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงอีกด้วย โดยในวันนี้เราก็ได้รวบรวมเคล็ดลับทั้งหมด มาให้ได้ชมกันในบทความนี้ค่ะ

 

1. สร้างคอนเทนต์ให้มีความน่าอ่าน

แม้ว่า Google เองจะไม่ได้บอกมาตรง ๆ ว่าคอนเทนต์ที่น่าอ่านมีผลต่อการทำจัดอันดับ SEO หรือไม่ แต่เรื่องนี้ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากการเลือกใช้คำที่ตรงกับที่คนนิยมค้นหาแล้ว เนื้อหาที่มีความน่าอ่านจะช่วยทำให้ กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาชมเว็บไซต์ของเรานั้น ใช้เวลาร่วมกับเว็บไซต์ของเราได้นานขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มโอกาสในการกดไลค์ กดแชร์ สมัครสมาชิก หรือแม้แต่ซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้โปรแกรมค้นหายอดนิยมมองว่าเว็บไซต์ของเรานั้นมีคุณค่า และน่ายกให้ติดอันดับในหน้าแรกของการค้นหา เรียกได้ว่าเป็นวิธีการที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าสุดๆ

คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า วิธีทำให้คอนเทนต์ของเราน่าอ่านมากขึ้นนั้นมีอะไรบ้าง เริ่มต้นจากการเลือกใช้คำให้มีความเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนจนเกินไป กระชับได้ใจความ แฝงความสนุกสนานและเป็นกันเอง แต่ก็ยังคงความน่าเชื่อถือของเนื้อหาเอาไว้ นอกจากภาษาที่ใช้แล้ว การจัดหน้าเว็บไซต์ก็มีผลไม่แพ้กัน หากไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน เราขอแนะนำให้เริ่มจาก การเลือกใช้รูปแบบตัวอักษรที่สวยงาม ซึ่งในปัจจุบันก็มีออกมาให้เลือกใช้อยู่มากมาย ใช้ขนาดตัวอักษรที่เหมาะสม ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป

ในส่วนของเนื้อหาขนาดตัวอักษรที่แนะนำ จะอยู่ที่ 16 พิกเซล แต่ในด้านหัวข้อใหญ่และหัวข้อย่อย แนะนำให้ใช้เป็น H2, H3, และ H4 ตามลำดับของเนื้อหา การจัดระยะห่างระหว่างบรรทัดและความยาวของเนื้อหาในแต่ละย่อหน้าให้มีความพอดี โดยความยาวที่แนะนำจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 บรรทัดเท่า ๆ กัน นอกจากนี้การใช้สัญลักษณ์ สีสันเพื่อเน้นใจความสำคัญ และรูปภาพประกอบที่สวยงาม ก็เป็นอีกสิ่งที่ช่วยทำให้คอนเทนต์ของเรามีความน่าสนใจมากขึ้นได้เช่นกัน

 

2. ซ่อมลิ้งก์ที่เสียหายด้วยการทำ Backlink

หลายครั้งที่อาจจะกดลิงก์เข้าไปแล้วเจอคำว่า 404 Page Not Found ซึ่งหมายความว่าลิงก์เสียหายและไม่สามารถเข้าถึงได้นั่นเอง แม้ว่าเรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าไหร่นัก แต่แน่นอนว่านักอ่านและ Google จะต้องผิดหวังอย่างแน่นอน จากประสบการณ์ในมุมมองของนักอ่าน แม้ว่าเว็บไซต์นั้นจะติดหน้าแรกในการค้นหาแล้วก็ตาม แต่เมื่อกดเข้าไปแล้วเนื้อหามีความเสียหายเป็นเวลานาน หรือบ่อยๆ เข้า เมื่อเราเห็นเว็บไซต์นั้นผ่านตาขึ้นมาอีก ก็จะทำให้รู้สึกเกิดความไม่อยากกดเข้าไปอ่านขึ้นมาทันที เรียกได้ว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับผู้ใช้งาน และทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นไม่เป็นที่ชื่นชอบของ Google ได้ในที่สุด

เพื่อให้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น ทางเราจึงขอแนะนำวิธีการแก้ไขลิงก์ที่ได้รับความเสียหายแบบง่าย ๆ ด้วยกัน 2 วิธี คือ การทำ Internal และ External Backlink ซึ่ง Internal Backlink จะเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลภายในเว็บไซต์ของเราเอง ไปยังอีกหน้าหนึ่งของเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่นหากเราเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับครีมบำรุงผิว เราก็อาจจะเชื่อมโยงลิงก์บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง ลงไปในหน้าเว็บไซต์ของบทความนั้น เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าถึงหน้าเว็บนั้นได้ง่ายขึ้น

ในขณะที่ External Backlink จะเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลเนื้อหาเว็บไซต์ของเรา ไปยังหน้าเว็บไซต์อื่น ซึ่งหมายความว่าเมื่อผู้ชมเข้าไปดูเนื้อหาบนเว็บไซต์อื่น ๆ โดยเฉพาะเว็บไซต์ยอดนิยม ก็จะเห็นลิงก์เว็บของเราอยู่ในนั้น และสามารถกดเข้ามาดูเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ของเราได้ นอกจากจะเป็นการซ่อมลิงก์ที่เสียหายของเราแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและอันดับ SEO ของเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

 

3. ให้ความสำคัญกับคำอธิบายบนหน้าแรกของเว็บไซต์

คำอธิบายบนหน้าแรกของเว็บไซต์ เป็นอีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะคำอธิบายที่ดึงดูดจะส่งผลให้คนกดเข้าไปดูเว็บไซต์ของเราได้มากขึ้น เพื่อให้เห็นภาพในเรื่องนี้มากขึ้น เราจะขอพูดถึงประเด็นนี้ในมุมของนักอ่าน เมื่อเรากดเข้าไปหาข้อมูลอะไรบางอย่าง นอกจากชื่อเรื่องแล้ว ก็คงจะหนีไม่พ้นกับข้อความอธิบายเนื้อหาบนเว็บไซต์นั้นๆ แม้จะมีเนื้อหาเรื่องเดียวกันอยู่มากมายในหลายเว็บ แต่เราก็มักจะกดเข้าไปอ่านเนื้อหาบนเว็บที่มีคำอธิบายที่น่าสนใจก่อนเสมอ โดยเว็บไซต์เหล่านั้นมักใช้ภาษาและการนำเสนอที่ชวนคนสงสัยและอยากติดตามต่อ

ตัวอย่างคำโปรยบทความเรื่อง ‘วิธีดึงดูดลูกค้าในอุดมคติของคุณ’ เราอาจจะใช้คำอธิบายที่น่าสนใจเกี่ยวกับหัวข้อนี้ว่า ‘การดึงดูดลูกค้าในอุดมคติของคุณนั้นจะไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป หากรู้จักกับกลยุทธ์สุดพิเศษที่จะช่วยให้คุณสามารถดึงดูดลูกค้าในฝันของคุณได้ง่ายขึ้น’

โดยชื่อของบทความและประโยคแรกนั้น ได้อธิบายให้คนอ่านเข้าใจอย่างชัดเจนว่า การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของพวกเขานั้นไม่ยากอย่างที่คิด และกระตุ้นให้อยากกดเข้าไปอ่านด้วยว่า ‘กลยุทธ์พิเศษ’ ที่ช่วยให้พวกเขาอยากรู้ว่ากลยุทธ์ที่ว่านั้นคืออะไร จนต้องรีบกดเข้าไปอ่านบทความของเราโดยทันที

 

4. อัปเดตเนื้อหาเก่าและเผยแพร่ซ้ำ

การรีรันบทความ หรือเอาบทความที่เคยได้รับความนิยมมาก่อนหน้านี้ มาอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น และเผยแพร่ซ้ำก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยเทคนิคง่าย ๆ เพียงแค่ดึงโพสต์ฉบับนั้นขึ้นมา ปรับปรุงข้อมูลให้น่าสนใจแล้วเผยแพร่ใหม่อีกครั้งในวันที่ใหม่ ซึ่งวิธีนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เว็บไซต์ยอดนิยมหลายเว็บ ได้นำมาใช้กันเพราะอย่างที่รู้กันว่า ข้อมูลบางอย่าง ไม่ว่าจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน เนื้อหาหลัก ๆ ของมันก็ยังเป็นสิ่งที่น่าสนใจและยังใช้ได้อยู่เสมอ เพียงแค่อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาบางส่วนให้เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์การตลาดดิจิตอลชื่อดังอย่าง DigitalMarketer ที่เคยหยิบยกประเด็นน่าสนใจอย่าง ‘สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์’ มาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งผลปรากฏว่าผลตอบรับของบทความนั้นดีมาก และเมื่อเวลาผ่านไปเรื่องนี้ได้กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง หรือมีข้อมูลใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา เราก็อาจจะดึงบทความเหล่านั้น กลับมาอัปเดตข้อมูลและเผยแพร่อีกครั้งได้อีกเช่นกัน โดยการอัปเดตเนื้อหาใหม่ในครั้งนี้ จะช่วยแสดงให้ Google เห็นว่าเนื้อหานั้นมีความสดใหม่ ที่ไม่ใช่เนื้อหาเก่าในปีที่แล้ว ก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญที่ช่วยเพิ่มอันดับ SEO ของธุรกิจของเราได้เช่นกัน

 

5. จัดลำดับความสำคัญของเนื้อหา

คงไม่ใช่ประสบการณ์ที่ดีสักเท่าไหร่ หากเว็บไซต์ที่เปิดหัวเรื่องและคำอธิบายมาเป็นอย่างดี แต่เมื่อเปิดเข้าไปแล้วกลับเต็มไปด้วยโฆษณา ที่กระหน่ำลงมาในทุกส่วนของเว็บไซต์ แม้ว่าการโฆษณาบนเว็บไซต์เยอะๆ จะช่วยให้เว็บไซต์มีรายได้จากค่าโฆษณาเหล่านั้นมากขึ้น แต่ไม่น่าจะส่งผลดีในด้านของการจัดอันดับ SEO และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ในระยะยาวได้อย่างแน่นอน เพราะวิธีการเหล่านั้นทำให้รู้สึกถึงการยัดเยียดการขายมากเกินไป

ดังนั้น เราจึงขอแนะนำให้จัดอันดับความสำคัญของเนื้อหาให้ดีก่อนเสมอ ด้วยการเน้นเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมายมากกว่าการโฆษณาขายสินค้าแค่เพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่น่าเชื่อถือให้กับกลุ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์หน้าใหม่ ให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ดี และใช้เวลาร่วมกับเว็บไซต์ของเราได้นานขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้อันดับ SEO ของเว็บไซต์ของเราขยับขึ้นได้อีกด้วย

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเคล็ดลับที่จะช่วยให้เราสามารถจัดอันดับ SEO ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ภายในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้บริโภคส่วนใหญ่ มักจะให้เลือกกดเข้าไปดูเว็บไซต์ที่อยู่ในอันดับแรกๆ บน Google ก่อนเสมอ ดังนั้นหากคุณต้องการเพิ่มยอดขายของแบรนด์หรืออยากโปรโมทธุรกิจให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น วิธีการเหล่านี้จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดอย่างแน่นอน

 

Source : DigitalMarketerWooRank

AUTHOR

Sirirat Than

Sirirat Than

Content Writer

BRIEF US

อยากให้พวกเราทำอะไร อยากให้ทำแบบไหน ขอแค่บอกมา…
เดี๋ยวเราติดต่อกลับ