fbpx

รู้จักกลยุทธ์วิเคราะห์คู่แข่งที่จะช่วยเพิ่มความแตกต่างให้กับแบรนด์ของคุณ

23 July 2020

การ วิเคราะห์คู่แข่ง ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจ ที่จะช่วยให้แบรนด์ของคุณพัฒนาไปได้อย่างก้าวกระโดด โดยวิธีการนี้จะช่วยให้เรารู้จักคู่แข่งขันได้ดีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจุดอ่อน จุดแข็ง และรายละเอียดอื่น ๆ แบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะการตรวจสอบเนื้อหาในการนำเสนอของคู่แข่งที่จะช่วยทำให้อยู่เหนือคู่แข่งได้ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็เป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้าม

ตัวอย่างเช่นการทำโฆษณาของหลายแบรนด์ดัง นำโดยผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ชั้นนำอย่าง Apple ที่เปิดตัวโฆษณาออกมาเพื่อเชือดเฉือนคู่แข่งอย่าง Microsoft ได้อย่างเฉียบขาด ด้วยการเปรียบเทียบจุดเด่นของ Mac ที่ Microsoft นั้นทำไม่ได้ คอมรุ่นอื่นก็อย่าหวัง และ Burger King ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเจ้าของเบอร์เกอร์ชื่อดังจากอเมริกา ที่ปล่อยหมัดเด็ดด้วยแคมเปญ Whopper Detour ที่เรียกกระแสให้ผู้คนสั่งเบอร์เกอร์สูตรพิเศษของ Burger King ผ่านแอปพลิเคชัน ด้วยการให้ส่วนลดกับลูกค้าที่ขับรถเข้าไปร้านคู่แข่งอย่าง McDonald แล้วกดสั่งเมนู Whopper สูตรพิเศษจาก Burger King แทน

 

 

 

แน่นอนว่าการตลาดในครั้งนั้นของทั้งสองแบรนด์ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้บริโภคได้อย่างมากทีเดียว แต่กว่าจะเริ่มต้นทำโฆษณาของพวกเขาออกมาได้ ทั้งสองแบรนด์ต้องทำการสืบหาข้อมูลของคู่แข่งมาจนครบทุกด้านแล้ว อย่างที่ Apple กล้านำเสนอข้อดีของ Mac ที่ดีกว่า Microsoft แบบธรรมดา แถมยังขยี้จุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามไปแบบชนะเริ่ด เช่นเดียวกับ Burger King ที่นำเอาเบอร์เกอร์ยอดฮิตของตัวเองอย่าง Whopper  มาผสานกับข้อดีของคู่แข่งอย่าง McDonald ที่มีจำนวนสาขาที่มากกว่า และสถานที่ตั้งที่ใกล้กว่า ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของคู่แข่งได้อย่างชาญฉลาดเลยทีเดียว

ไม่เพียงแค่สองแบรนด์นี้เท่านั้น เว็บไซต์ผู้นำด้านการตลาดดิจิตอลชั้นนำจากต่างประเทศอย่าง Digitalmarketer ก็นำกลยุทธ์นี้มาใช้กับบริษัทของพวกเขาด้วยเช่นกัน เริ่มต้นด้วยการแบ่งทีมในการวิเคราะห์ผู้แข่งขันโดยเฉพาะ ด้วยการล้วงลึกข้อมูลอย่างละเอียด โดยแต่ละทีมจะประกอบไปด้วยสมาชิกจากฝ่ายการตลาด ฝ่ายคอนเทนต์ ฝ่ายออกแบบ ฝ่ายดูแลลูกค้า และฝ่ายผลิต ในการวิเคราะห์ข้อมูลของคู่แข่งขัน 5 อันดับยอดนิยม ผ่านทุกช่องทางเพื่อดูว่าอีกฝ่ายทำอะไรไปแล้วบ้าง โดยในแต่ละทีมจะต้องวิเคราะห์และนำเสนอสิ่งที่บริษัทควรทำต่อไป ควรเริ่มทำ และควรเริ่มหยุดทำตั้งแต่ตอนนี้ มาอย่างละ 5 ข้อ ด้วยระยะเวลาภายในหนึ่งเดือนเท่านั้น ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นตัวช่วยชี้ช่องว่างของบริษัทได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

โดยเว็บไซต์ DigitalMarketer ได้ทำการเปิดตัว DigitalMarketer Lap ให้สามารถเข้าใช้งานกันได้แบบฟรี ๆ ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากความต้องการที่จะหาวิธีช่วยเหลือผู้คนในเครือข่ายจากการระบาดครั้งใหญ่ของโลก ดังนั้นทางเว็บไซต์จึงพยายามคิดค้น DigitalMarketer Lap ขึ้นมาเพื่อฝึกอบรมทักษะในการทำการตลาดดิจิตอลและเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ผู้คนได้เพิ่มทักษะใหม่ ๆ เพื่อเริ่มต้นกับอาชีพใหม่ ๆ ของพวกเขาได้อีกครั้ง แน่นอนว่าทักษะเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้คนในยุคนี้ ซึ่งในตลาดยังไม่มีเจ้าไหนที่ให้บริการได้อย่างฟรี ๆ เลยสักครั้ง DigitalMarketer จึงได้จับจุดนี้และสร้างแคมเปญนี้ขึ้นมา และอย่างที่เป็นไปตามคาด รายได้ในช่วงเดือนมีนาคมของพวกเขาไม่ได้สูงสักเท่าไหร่นัก

 

 

หลังจากที่เริ่มต้นเปิดตัว DigitalMarketer Lap ก็ทำให้เว็บไซต์มีจำนวนบัญชีฟรีที่เปิดใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 60,000 บัญชี นอกจากนั้นยังมีผู้ใช้งานในบัญชีส่วนตัว ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 3,000 คนอีกด้วย แม้ว่าแคมเปญในครั้งนี้จะไม่สามารถเพิ่มรายได้ให้กับเว็บไซต์ DigitalMarketer ในเดือนมีนาคม แต่มันกลับช่วยเพิ่มจำนวนผู้ชมและการเข้าถึงบนแพลตฟอร์มได้แบบทวีคูณ ซึ่งถือเป็นตัวช่วยที่ดีในการต่อยอดสิ่งใหม่ ๆ ได้ในอนาคต

จากตัวอย่างในข้างต้น จะเห็นได้ว่าทุกธุรกิจจะมีจุดขายเป็นของตัวเอง ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ และสินค้าที่จะทำให้ทุกคนรู้สึก ‘ว้าว’ ได้ในทันทีที่พบเห็น ยกตัวอย่างให้เห็นภาพกันอีกครั้งอย่างกรณีของ Boie แบรนด์เครื่องทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกายจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้ปรับการตลาดบนโลกออนไลน์ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยสินค้ายอดนิยมของแบรนด์อย่าง ซิลิโคนขัดผิวหน้า บนเว็บไซต์ Amazon ซึ่งสิ่งแรกที่ Boie ดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดีก็คือสีสันที่มีให้เลือกหลากหลายมากกว่าคู่แข่งในท้องตลาด และบรรยายสรรพคุณเด่นของผลิตภัณฑ์ว่ามีสารยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรีย รวมทั้งยังสามารถใช้ได้นานถึง 6 เดือนในราคาที่สุดคุ้ม แน่นอนว่าสิ่งที่ Boie นั้นได้ดึงจุดเด่นของซิลิโคนขัดผิวหน้าที่แบรนด์อื่นคาดไม่ถึง นอกจากนี้ยังมีการเจาะกลุ่มเป้าหมายและวางสินค้าบนเว็บไซต์ที่หลากหลายเพื่อให้ผู้ซื้อเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

เรียกได้ว่ากลยุทธ์การ วิเคราะห์คู่แข่ง นี้เป็นการเรียนรู้ไอเดียจากคู่แข่ง เพื่อนำเอามาปรับใช้กับแบรนด์ของเราให้เหนือชั้นกว่า และสิ่งสำคัญที่เราจะต้องทำเพื่อให้ได้ผลตอบรับออกมาอย่างดีที่สุด นั่นก็คือการประเมินทั้งจุดอ่อน จุดแข็งของคู่แข่งและนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับเปลี่ยนให้ธุรกิจของเราอยู่เหนือคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ไม่ได้หมายถึงการขโมยความคิดทั้งหมดของคู่แข่ง แต่เป็นการหยิบไอเดียที่น่าสนใจที่มีอยู่ในตัวของคู่แข่งของเรามาเป็นแรงบันดาลใจ และสร้างสรรค์มันขึ้นมาในรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกับแบรนด์ของเรา

แม้ว่าการสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ธุรกิจของเรานั้น จะดูเหมือนเป็นเรื่องยากไปสักหน่อยสำหรับในช่วงแรก โดยเฉพาะกับการทำการตลาดในยุคนี้ที่มีคู่แข่งทางธุรกิจที่หลากหลาย และในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ก็มีไอเดียใหม่ ๆ ออกมาในโลกของการทำธุรกิจอย่างมากมาย ดังนั้นถ้าหากเรารู้สึกเครียดหรือไม่มั่นใจว่าจะผลักดันธุรกิจไปในรูปแบบไหน การใช้วิธีนี้เพื่อมองหาต้นแบบจากคู่แข่งขันทางธุรกิจ รวมถึงการคิดฉีกกรอบมาตรฐานการทำธุรกิจและการตลาดแบบเดิม ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยผลักดันธุรกิจให้ก้าวไปอีกขั้นได้เช่นกัน

 

Source : DigitalMarketer , CNBC

AUTHOR

Sirirat Than

Sirirat Than

Content Writer

BRIEF US

อยากให้พวกเราทำอะไร อยากให้ทำแบบไหน ขอแค่บอกมา…
เดี๋ยวเราติดต่อกลับ